Bvlgari Resort Dubai
โดยทีม TopOfHotel
Bvlgari Resort Dubai คือ การได้พักบนเกาะส่วนตัวรูปม้าน้ำกลางอ่าวอาหรับ พร้อม Yacht Club แห่งแรกของแบรนด์และมื้อค่ำมิชลินจากเชฟ Niko Romito — เด่นที่ความเป็นส่วนตัวระดับเกาะลับ ไม่ใช่ตึกสูงเสียดฟ้าแบบดูไบทั่วไป
Bvlgari Resort Dubai คือ การได้พักบนเกาะส่วนตัวรูปม้าน้ำกลางอ่าวอาหรับ พร้อม Yacht Club แห่งแรกของแบรนด์และมื้อค่ำมิชลินจากเชฟ Niko Romito — เด่นที่ความเป็นส่วนตัวระดับเกาะลับ ไม่ใช่ตึกสูงเสียดฟ้าแบบดูไบทั่วไป
รีวิวเชิงลึก
เกาะส่วนตัวกลางดูไบ
ลองนึกภาพเกาะเทียมรูปม้าน้ำกลางอ่าวอาหรับที่เชื่อมแผ่นดินด้วยสะพานเดี่ยวยาว 300 เมตร — แค่ขับรถข้ามสะพานเข้ามาก็รู้สึกเหมือนหลุดออกจากความวุ่นวายของดูไบเข้าสู่โลกอีกใบ นั่นคือ Bvlgari Resort Dubai รีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนเกาะ Jumeira Bay Island เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2017 และเป็นโปรเจกต์ Bvlgari Hotels & Resorts ที่ออกแบบโดยสตูดิโออิตาลีระดับตำนาน Antonio Citterio Patricia Viel ความพิเศษคือที่นี่ไม่ใช่ตึกระฟ้าเสียดฟ้าแบบโรงแรมหรูทั่วไปในเมือง แต่เป็นกลุ่มอาคารแนวราบโทนหินอ่อนสีทรายอุ่น ๆ ผสมไม้และทองเหลือง ทอดยาวไปตามรูปร่างของเกาะที่ออกแบบโดยจงใจให้คล้ายม้าน้ำเมื่อมองจากที่สูง สเปซเปิดโล่งรับลมจากอ่าว มีต้นไม้เมดิเตอร์เรเนียนปลูกแซมทุกมุม รีวิวจำนวนมากบอกตรงกันว่าแค่ขับข้ามสะพานเข้ามาก็รู้สึกผ่อนคลายลงทันที เหมือนได้ไปพักบนเกาะลับเล็ก ๆ ในอิตาลีตอนใต้ ไม่ใช่กลางเมืองทันสมัยอย่างดูไบ และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้คู่รักให้คะแนนทำเลของรีสอร์ตนี้สูงถึง 9.7 เต็มสิบ
ห้องพักและวิลล่ามีสระส่วนตัว
รีสอร์ตมีห้องและสวีตทั้งหมด 101 ห้อง บวกกับ วิลล่าส่วนตัว 20 หลัง ที่ทุกหลังมีสระว่ายน้ำเป็นของตัวเอง การตกแต่งเป็นสไตล์อิตาเลียนร่วมสมัยฝีมือ Citterio – Viel เน้นโทนสีทรายอุ่น ๆ ผสมไม้โอ๊กธรรมชาติ หินอ่อนทรเวอร์ทีน และของตกแต่งแบบ Made in Italy ตั้งแต่ผ้าลินินจนถึงเซรามิก หน้าต่างบานสูงรับลมและแสงจากอ่าวจนห้องโปร่งสบาย ห้องในตัวอาคารหลักหันออกอ่าวหรือมารินาเป็นส่วนใหญ่ ตื่นมาเปิดผ้าม่านก็เจอเส้นขอบฟ้าดูไบที่ไกล ๆ มี Burj Al Arab โผล่ขึ้นมาเหมือนใบเรือ ส่วนใครที่จองวิลล่าจะได้สเปซแบบบ้านพักอิสระทั้งหลัง มีสวนปิดเป็นส่วนตัว สระว่ายน้ำของตัวเองแบบไม่ต้องแบ่งใคร และบัตเลอร์ประจำที่ดูแลทุกความต้องการตั้งแต่จัดมื้อค่ำในวิลล่าไปจนถึงเรียกรถออกเมือง รีวิวคู่รักและฮันนีมูนหลายเสียงเล่าว่าได้ใช้เวลาทั้งวันในวิลล่าโดยไม่เจอแขกคนอื่นเลย — ความเป็นส่วนตัวระดับนี้ในดูไบหาที่อื่นได้ยากมาก
Yacht Club มิชลิน และสปา 1,700 ตารางเมตร
ถ้าจะมีหัวใจสักดวงของรีสอร์ตนี้ ก็คงเป็น Bvlgari Yacht Club — Yacht Club แห่งแรกของแบรนด์ในโลก ที่นี่มีท่าจอดเรือยอชต์ 50 ลำหันออกอ่าวอาหรับ พร้อมเลานจ์และเทอเรซริมน้ำที่นิยมจิบค็อกเทลชมพระอาทิตย์ตกกัน บรรยากาศแบบที่ดูไบเองก็หาได้ยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นรูฟท็อปบาร์ ไม่ใช่ Yacht Club จริง ๆ บนน้ำแบบนี้ ห้องอาหารดาวเด่นคือ Il Ristorante – Niko Romito ระดับ 1 ดาวมิชลิน เชฟ Niko Romito เจ้าของร้าน Reale 3 ดาวมิชลินในอิตาลีออกแบบเมนูแบบอิตาเลียนคลาสสิกที่ขัดเกลาจนเหลือแก่นรสชาติ พาสตาคาคิโอเอ เปเป กับ tiramisu ของที่นี่เป็นที่พูดถึงในหมู่นักรีวิวอาหารทั่วโลก หลายคนยกให้เป็นมื้อค่ำที่น่าจดจำที่สุดของทริปดูไบ ข้าง ๆ กันยังมี Il Cafe กลางวัน บาร์ Edoardo's บนรูฟท็อป และ Bvlgari Yacht Club Lounge ให้เลือกตามอารมณ์ ลงไปอีกฝั่งของรีสอร์ตคือ สปา Bvlgari ขนาดราว 1,700 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำในร่มยาว 25 เมตรปูด้วยกระเบื้องโมเสกเขียวมรกต ฮัมมัมหินอ่อนแบบดั้งเดิม ห้องทรีตเมนต์คู่ และเลานจ์ผ่อนคลายที่บางคนชมว่า “หรูจนรู้สึกผิดที่ต้องกลับห้อง” ส่วนหาดส่วนตัวยาว 300 เมตรหันออกอ่าวที่มี Burj Al Arab อยู่ในระยะสายตา เป็นชายหาดน้ำตื้นสงบเหมาะนอนอาบแดดและพายซัพ ไม่ใช่หาดคลื่นใหญ่
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่อง ทำเลที่ห่างเมือง แม้จะมีเสน่ห์ของเกาะส่วนตัว แต่ทุกครั้งที่อยากออกไป Downtown Dubai หรือ Dubai Mall ต้องนั่งรถข้ามสะพานออกมาราว 15–20 นาที และเนื่องจากบนเกาะไม่มีสถานีรถไฟใต้ดิน ทุกการเดินทางต้องพึ่งแท็กซี่หรือบริการรถ chauffeur ของโรงแรม ค่าใช้จ่ายตรงนี้สะสมเร็วถ้าวางแผนเข้าเมืองทุกวัน ใครตั้งใจมาเที่ยวสายช้อปและตึกระฟ้าเป็นหลัก ทำเลนี้อาจไม่สะดวกที่สุด ข้อสองคือ ราคา ขั้นต้นเริ่ม ~21,300 บาทก็สูงอยู่แล้ว แต่วิลล่ามีสระและสวีตระดับบนสุดทะยานเกือบ 260,000 บาทต่อคืน บวกค่าอาหาร เครื่องดื่ม สปา และ service charge แล้ว ค่าใช้จ่ายรวมต่อทริปสูงกว่าที่หลายคนคาด ควรเผื่องบให้พอเพื่อจะได้ใช้ของในรีสอร์ตอย่างเต็มที่ไม่ต้องเครียด อีกข้อที่เจอในบางรีวิวคือ หาดและทะเล เนื่องจากเป็นอ่าวที่ขุดออกแบบมา น้ำจึงตื้นและสงบมาก ใครชอบคลื่นใหญ่หรือกีฬาทางน้ำผาดโผนแบบทะเลเปิดอาจรู้สึกว่าเงียบเกินไป และผังเกาะที่ยาวทำให้บางครั้งต้องโทรเรียกบักกี้ของรีสอร์ตเพื่อข้ามจากปีกหนึ่งไปอีกปีก
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง Bvlgari Resort Dubai คือรีสอร์ตที่ขาย ความเป็นส่วนตัวระดับเกาะลับใจกลางดูไบ ได้อย่างไม่มีคู่แข่งจริง ๆ ในเมืองนี้ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือฮันนีมูนหรือทริปคู่รักที่ตื่นมาว่ายน้ำในสระส่วนตัวของวิลล่า เดินไปกินกาแฟริม Yacht Club ตอนสาย ๆ บ่ายไปแช่สปาขนาด 1,700 ตารางเมตร แล้วปิดท้ายด้วยมื้อค่ำมิชลินที่ Il Ristorante – Niko Romito พร้อมจิบไวน์ชมพระอาทิตย์ตกหลังเส้นขอบฟ้าดูไบ — ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ และจะเป็นภาพจำของทริปที่ไม่ลืม แต่ถ้าทริปของคุณเน้นเที่ยวเมือง ช้อป Dubai Mall ทุกวัน หรือต้องการอยู่ใกล้ตึกระฟ้าสายไอคอนแบบ Burj Khalifa การที่ต้องนั่งรถข้ามสะพานออกไปทุกครั้งอาจทำให้รู้สึกเสียเวลา และระดับราคาที่นี่ก็ต้องการการเตรียมงบที่จริงจังพอควร โดยรวมเราให้ 9.3/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก ฮันนีมูน และสายลักชูรีที่ให้ค่ากับความเป็นส่วนตัว ดีไซน์อิตาเลียน และอาหารระดับมิชลินมากกว่าทำเลใจกลางเมือง
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลแบบไม่มีที่ไหนเหมือนในดูไบ — เกาะเทียมรูปม้าน้ำของตัวเองชื่อ Jumeira Bay Island เชื่อมแผ่นดินด้วยสะพานยาว 300 เมตร แค่ข้ามสะพานก็รู้สึกหลุดจากความวุ่นวายของเมืองเข้าสู่โลกส่วนตัวทันที
- Yacht Club แห่งแรกของแบรนด์ Bvlgari ที่มีท่าจอดเรือยอชต์ 50 ลำหันออกอ่าวอาหรับ เป็นจุดที่แขกนิยมจิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตกหลังเส้นขอบฟ้าดูไบ — บรรยากาศที่หาจากรีสอร์ตแบรนด์อื่นในเมืองไม่ได้
- Il Ristorante – Niko Romito ห้องอาหารอิตาลีระดับ 1 ดาวมิชลินภายใต้เชฟ Niko Romito เจ้าของ 3 ดาวมิชลินที่ Reale ในอิตาลี เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนคลาสสิกแบบที่รีวิวยกให้เป็นมื้อที่น่าจดจำที่สุดของทริปดูไบ
- วิลล่า 20 หลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวเป็นของตัวเองทุกหลัง พร้อมสวนปิดและบางหลังมีทางลงน้ำส่วนตัว เหมาะคู่รักหรือฮันนีมูนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับเกาะลับจริง ๆ
- สปา Bvlgari ขนาดราว 1,700 ตารางเมตรพร้อมสระยาว 25 เมตรในร่ม ฮัมมัมหินอ่อนแบบดั้งเดิม และห้องทรีตเมนต์คู่ บวกหาดส่วนตัวยาว 300 เมตรหันออกอ่าวที่มองเห็น Burj Al Arab จากระยะไกล
- ห่างจากใจกลางเมือง Downtown Dubai/Burj Khalifa ราว 15 นาทีรถ และไม่มีสถานีรถไฟใต้ดินบนเกาะ ทุกการเดินทางออกจากรีสอร์ตต้องพึ่งแท็กซี่หรือบริการรถของโรงแรม — ใครวางแผนเที่ยวเมืองทุกวันอาจต้องเผื่องบและเวลาเดินทางพอควร
- ราคาขั้นต้นเริ่ม ~฿21,300 ก็สูงอยู่แล้ว แต่วิลล่าและสวีตระดับบนสุดทะยานไปถึงเกือบ ฿260,000 ต่อคืน รวมค่าอาหารและเครื่องดื่มในรีสอร์ตที่ราคาระดับลักชูรีบวก VAT/service charge แล้ว ค่าใช้จ่ายรวมต่อทริปสูงกว่าที่หลายคนคาด
- บางรีวิวระบุว่าหาดเป็นทรายนำเข้าและน้ำตื้นแบบอ่าวที่สงบกว่าหาดเปิด ใครคาดหวังคลื่นใหญ่หรือกีฬาทางน้ำผาดโผนแบบทะเลเปิดอาจรู้สึกว่าเงียบเกินไป รวมถึงผังเกาะที่ยาวทำให้การเดินจากปีกหนึ่งไปอีกปีกอาจต้องใช้บักกี้รถกอล์ฟของรีสอร์ต
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Dubai
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Dubai — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Dubaiลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ถ้าเข้าพักเป็นคู่และต้องการความเป็นส่วนตัวแบบสุด ๆ เลือกวิลล่ามีสระส่วนตัวฝั่งหันออกอ่าว — ตื่นมาว่ายสระตัวเองโดยไม่เจอใครทั้งวัน เป็นประสบการณ์ที่คุ้มราคาส่วนต่างจากห้องสวีตปกติ
- จองมื้อค่ำที่ Il Ristorante – Niko Romito ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วง high season (พ.ย.–มี.ค.) เพราะที่นั่งเต็มเร็วและเป็นจุดขายหลักของรีสอร์ตที่ไม่ควรพลาด
- ใช้บริการรถของโรงแรมหรือจองรถ chauffeur ล่วงหน้าถ้าวางแผนเข้าเมือง — แท็กซี่บนเกาะเรียกแล้วต้องรอข้ามสะพานเข้ามารับ เผื่อเวลา 15–20 นาทีทุกครั้งที่ต้องออกนอกรีสอร์ต