Matsumoto Jujo
โดยทีม TopOfHotel
Matsumoto Jujo คือ เรียวกัง 300 ปีที่หยิบมาเล่าใหม่ในภาษาดีไซน์โมเดิร์น — ร้านหนังสือ คาเฟ่ ไซเดอร์เฮาส์ และออนเซ็นในที่เดียว ติดทำเนียบ Design Hotels เหมาะคนที่อยากได้เรียวกังที่มีรสนิยมและบรรยากาศต่างจากที่อื่น
Matsumoto Jujo คือ เรียวกัง 300 ปีที่หยิบมาเล่าใหม่ในภาษาดีไซน์โมเดิร์น — ร้านหนังสือ คาเฟ่ ไซเดอร์เฮาส์ และออนเซ็นในที่เดียว ติดทำเนียบ Design Hotels เหมาะคนที่อยากได้เรียวกังที่มีรสนิยมและบรรยากาศต่างจากที่อื่น
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
การได้พัก Matsumoto Jujo คือการได้นอนในเรียวกัง 300 กว่าปีที่ถูกรีโนเวตให้กลายเป็นบูทีคโฮเทลดีไซน์ระดับโลก ตัวอาคารเดิมเปิดมาตั้งแต่ปี 1686 ในย่าน Asama Onsen ผ่านมือเจ้าของหลายรุ่น จนปี 2020 ถูกฟื้นฟูใหญ่และยกขึ้นไปติดทำเนียบ Member of Design Hotels เครือข่ายโรงแรมดีไซน์ที่คัดมาจากทั่วโลก ห้องพักมีทั้งหมด 24 ห้องเท่านั้น แต่ละห้องไม่ซ้ำกัน ออกแบบในสไตล์ Modern Japanese ที่ผสมงานไม้เก่าของอาคารเดิมเข้ากับเฟอร์นิเจอร์เรียบมินิมัล โทนสีอบอุ่นแบบเอิร์ธโทน เตียงตั้งระดับพื้นต่ำพร้อมผ้านวมหนา บางห้องมีอ่างไม้แช่ส่วนตัวในห้องน้ำ บางห้องมีพื้นที่นั่งเล่นกว้างมองออกไปเห็นสวนเล็ก ๆ ของเรียวกัง รีวิวจริงหลายเสียงพูดตรงกันว่าเหมือนได้นอนในงานศิลปะ ทุกรายละเอียดประณีตเรียบร้อย แต่ละห้องเล่าเรื่องของอาคารเก่าได้ด้วยตัวเอง
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งที่ทำให้ Matsumoto Jujo ต่างจากที่อื่นในเมืองอย่างชัดเจนคือ พื้นที่ส่วนกลาง ของที่พัก ทีมออกแบบจัดมุมเก๋ ๆ ที่เปิดให้แขกใช้ฟรีหลายมุม ได้แก่ ร้านหนังสือ ที่คัดหนังสือดีไซน์ การออกแบบ และวรรณกรรมญี่ปุ่น (มีภาษาอังกฤษด้วย) มาเรียงในชั้นไม้สวยให้แขกหยิบอ่านได้ คาเฟ่ ที่เปิดทั้งวัน เสิร์ฟกาแฟดริปและขนมญี่ปุ่นทำสด และ ไซเดอร์เฮาส์ ที่ใช้แอปเปิ้ลจากเขตนากาโนะหมักเป็นไซเดอร์รสซื่อตรง สดชื่น เปิดให้นั่งจิบในบรรยากาศเก๋แบบบาร์เล็ก ๆ ตอนค่ำ ออนเซ็นของที่พักใช้น้ำพุย่าน Asama ที่นุ่มกับผิว มีบ่อในร่มและบ่อกลางแจ้งขนาดพอเหมาะกับจำนวนแขก ทำให้ไม่แออัดและมีความเป็นส่วนตัวสูง ส่วนห้องอาหารเสิร์ฟ ไคเซกิวัตถุดิบ Shinshu ในบรรยากาศกึ่งไฟน์ไดน์ ใช้วัตถุดิบของฤดูกาลทั้งเนื้อ Shinshu beef เห็ดป่า ปลาเทราต์ และผักภูเขา จัดเป็นคอร์สหลายจาน รสชาติประณีต รีวิวจริงบอกว่าเป็นมื้อที่จะอยู่ในความทรงจำหลังกลับบ้าน
ทำเลและการเดินทาง
Matsumoto Jujo ตั้งอยู่ใน ย่าน Asama Onsen บนเนินเขาทางเหนือของเมืองมัตสึโมโต้ เป็นย่านออนเซ็นเก่าแก่ที่ซามูไรเจ้าเมืองเคยใช้พักผ่อนตั้งแต่ยุคเอโดะ ห่างจากสถานี Matsumoto ราว 6 กม. นั่งบัสราว 20 นาที หรือแท็กซี่ราว 15 นาที โรงแรมมี รถรับ-ส่งจากสถานี ในเวลานัด สำหรับใครที่อยากเดินถึงปราสาทมัตสึโมโต้ ต้องนั่งรถจากที่พักราว 15 นาที ใกล้กว่านี้ไม่ได้ แต่ถ้าจะใช้เป็นต้นทางไปคามิโคจิหรือ Norikura ก็ลงไปสถานี Matsumoto แล้วต่อบัส Alpico ใช้เวลารวม 1.5–2 ชั่วโมง ทำเลย่าน Asama เงียบสงบมาก ตกค่ำแทบไม่มีเสียง รายล้อมด้วยเรียวกังเล็ก ๆ และร้านอาหารท้องถิ่นไม่กี่ร้าน เหมาะกับคนที่อยากตัดขาดความวุ่นวายของเมือง
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ ข้อแรกคือ ราคา เริ่มต้น 14,500 บาทขึ้นไปต่อคืน รวมไคเซกิและอาหารเช้าแล้ว ถือว่าสูงเทียบกับโรงแรมในเมืองมัตสึโมโต้ทั่วไปที่อยู่ในระดับ 5–10 พันบาท เหมาะคนที่ตั้งใจมาเรียวกังหรูแบบมีดีไซน์เป็นไฮไลต์ของทริปมากกว่าคนหาที่พักประหยัด ข้อสองคือ ทำเลในย่าน Asama ที่ห่างจากปราสาทและใจกลางเมือง ใครเน้นเดินเที่ยวปราสาทและตรอกนาวาเตะอย่างสบายควรพักย่านอื่น และข้อสามคือ การจอง ที่ค่อนข้างยากเพราะมีแค่ 24 ห้องและคนตามมาจาก Design Hotels ทั่วโลก ช่วง high season (ซากุระ/ใบไม้ร่วง) เต็มเร็ว ต้องวางแผนล่วงหน้าหลายเดือน
สรุปจากทีมเรา
จากรีวิวจริงหลายเสียง Matsumoto Jujo เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดในเมืองมัตสึโมโต้สำหรับคนที่อยากได้ เรียวกังหรูแบบมีรสนิยม ขายความเป็นเรียวกัง 300 ปีรีโนเวตใหม่ภายใต้ทำเนียบ Design Hotels ร้านหนังสือและไซเดอร์เฮาส์ที่ทำให้พื้นที่ส่วนกลางมีชีวิตชีวา ออนเซ็นน้ำพุย่าน Asama และไคเซกิวัตถุดิบ Shinshu ที่ยกระดับมื้อค่ำให้เป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความทรงจำ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการได้นอนในห้องที่มีงานไม้เก่าผสมดีไซน์โมเดิร์น จิบไซเดอร์แอปเปิ้ลนากาโนะในบาร์ของที่พัก แช่ออนเซ็นในบ่อสไตล์มินิมัล และอ่านหนังสือศิลปะในมุมเก๋ ๆ ของล็อบบี้ ที่นี่คือคำตอบที่ตรงและน่าจดจำที่สุดในเมือง เหมาะสำหรับคู่รัก ฮันนีมูน และคนที่หลงรักดีไซน์ — แต่ถ้าคุณต้องการประหยัดหรือเดินเที่ยวเมืองทุกวัน อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ใช่ โดยรวมเราให้ 9.2/10 สำหรับเรียวกังบูทีคที่หาที่เปรียบยากในมัตสึโมโต้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ติดทำเนียบ Member of Design Hotels ระดับโลก ซึ่งคัดเฉพาะที่พักที่มีดีไซน์โดดเด่นจริง ๆ จากทั่วโลก — เป็นเครื่องการันตีคุณภาพและประสบการณ์ที่หาในเรียวกังทั่วไปไม่ได้
- ตั้งอยู่ในอาคารเรียวกังเดิมตั้งแต่ปี 1686 รีโนเวตใหม่ในปี 2020 โดยรักษางานไม้และโครงสร้างเก่าไว้ ผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นมินิมัล ห้องพักทุกห้องไม่ซ้ำกันและรู้สึกเหมือนนอนในงานศิลปะ
- มีพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเป็นร้านหนังสือ คาเฟ่ และไซเดอร์เฮาส์ในตัวเดียวกัน เปิดให้แขกใช้งานฟรี ไซเดอร์ในร้านใช้แอปเปิ้ลจากเขตนากาโนะหมัก รสชาติสดชื่นและเป็นเอกลักษณ์ของนากาโนะ
- ออนเซ็นใช้น้ำพุของย่าน Asama ซึ่งเป็นชนิดอัลคาไลน์นุ่มกับผิว มีทั้งบ่อในร่มและกลางแจ้ง ออกแบบสะอาดสวย ขนาดพอเหมาะกับจำนวนแขก 24 ห้อง ไม่แออัด
- ห้องอาหารเสิร์ฟไคเซกิที่ใช้วัตถุดิบ Shinshu (นากาโนะ) ในบรรยากาศกึ่งไฟน์ไดน์ รสชาติประณีต ความเป็นส่วนตัวสูง รีวิวจริงบอกว่าเป็นมื้อที่อยู่ในความทรงจำหลังกลับบ้านนานมาก
- ราคาเริ่มต้น 14,500 บาทขึ้นไป รวมไคเซกิและอาหารเช้าแล้ว ถือว่าสูงเทียบกับโรงแรมในเมืองมัตสึโมโต้ทั่วไป เหมาะคนที่ตั้งใจมาเรียวกังหรูแบบมีดีไซน์มากกว่าคนหาที่พักประหยัด
- ทำเลอยู่ในย่าน Asama Onsen บนเนินเขาเหนือเมือง ห่างจากปราสาทมัตสึโมโต้ราว 15 นาทีรถ ใครเน้นเดินเที่ยวเมืองได้เองอาจไม่สะดวก แม้โรงแรมจะมีรถรับส่งให้ก็ตาม
- มีเพียง 24 ห้อง คิวจองช่วง high season (ใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง) เต็มเร็วมาก ต้องวางแผนจองล่วงหน้าหลายเดือน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Matsumoto
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Matsumoto — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Matsumotoลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ใช้เวลาช่วงบ่ายไปนั่งในร้านหนังสือของที่พัก หยิบหนังสือดีไซน์มาเปิดอ่านพร้อมจิบไซเดอร์แอปเปิ้ลนากาโนะ — เป็นโมเมนต์ที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ของการพักที่นี่
- ขอห้องในอาคารเก่าที่รีโนเวตใหม่ (Heritage Wing) ถ้าอยากได้บรรยากาศไม้โบราณเต็มที่ ส่วนอาคารใหม่จะให้ความรู้สึกโมเดิร์นมากขึ้น เลือกตามรสนิยม
- จองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนถ้ามาช่วงซากุระ (ปลายเม.ย.) หรือใบไม้ร่วง (ต.ค.–พ.ย.) เพราะมีเพียง 24 ห้องและคนตามมาจาก Design Hotels ทั่วโลก