ลิสบอน เป็นเมืองที่มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกมากจนเลือกไม่ถูก ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ สตรีทฟู้ดริมทาง คาเฟ่บรรยากาศดี ไปจนถึงร้านไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล บทความนี้ทีมเราอ่านรีวิวจริงมาเป็นร้อย แล้วคัดเฉพาะ 9 ร้านที่ดีที่สุดในลิสบอน ที่คุ้มค่าแก่การไปลองจริง ๆ — แต่ละร้านเราสรุปให้ครบทั้งเมนูเด่น จุดเด่นและข้อควรรู้ ช่วงราคาต่อคน เวลาเปิด–ปิด ทำเล และช่องทางจอง พร้อมรูปจริงของร้าน ให้คุณวางแผนมื้ออร่อยในทริปได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะงบไหนหรือชอบกินสไตล์ใด และถ้ากำลังมองหาที่พักทำเลดีใกล้ร้านเด็ดเหล่านี้ เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคามาให้ด้วยเลย

⭐Belcanto
ถ้าถามเราว่ามื้อไฟน์ไดนิงที่ดีที่สุดของลิสบอนอยู่ไหน คำตอบคือที่นี่ ห้องอาหารสองดาวมิชลินของเชฟ José Avillez ในย่าน Chiado ที่ตีความอาหารโปรตุเกสร่วมสมัยแบบเล่นสนุกกับความทรงจำ เมนูซิกเนเจอร์อย่าง 'golden egg' ไข่ทองคำ, หมูหันสไตล์เชฟ และแกงกุ้งแดงที่ทำซอสจากหัวกุ้งสการ์เล็ต ล้วนถูกพูดถึงซ้ำในรีวิว Belcanto ยังติดอันดับ 42 ของ World's 50 Best Restaurants และได้ Repsol สามดวง เสิร์ฟเป็นเทสติงเมนูเดินเรื่องราวกว่าสิบจาน พร้อมไวน์โปรตุเกสคัดกว่า 350 รายการ บรรยากาศหรูแต่ไม่เกร็ง
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ผ่านเว็บทางการหรือ TheFork ที่นั่งเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะมื้อค่ำและช่วงไฮซีซั่น ราคาราว 249 ยูโรขึ้นไปต่อคน (ราว 9,500 บาท) ยังไม่รวมไวน์ ถ้าอยากลองแบบเบางบมื้อกลางวันวันธรรมดามักได้บรรยากาศเดียวกันแต่คนน้อยกว่า มีทั้งเมนู Belcanto ที่ค่อนดั้งเดิมและ Evolution ที่ล้ำและแพงกว่า อยู่ Rua Serpa Pinto 10A เดินจากสถานีเมโทร Baixa-Chiado ไม่กี่นาที แต่งตัวสุภาพหน่อยจะเข้ากับห้อง
- สองดาวมิชลิน อาหารสร้างสรรค์-นำเสนอสวย
- บริการเอาใจใส่ อบอุ่นเป็นส่วนตัว
- ไวน์โปรตุเกสคัดสรรลึก
- ทำเลใจกลาง Chiado เดินจากเมโทรใกล้
- ราคาสูง เป็นมื้อฉลอง ต้องวางงบ
- ต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- บางรีวิวติงบางคอร์ส/เสิร์ฟช้าเป็นบางครั้ง

🦐Cervejaria Ramiro
ถ้าลิสบอนมีวิหารอาหารทะเล ที่นี่คือแห่งนั้น เปิดมาตั้งแต่ปี 1956 เป็นร้าน marisqueira ของครอบครัวที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่อคิวกันแน่นย่าน Anjos/Almirante Reis ของเด่นคือกุ้งและหอยสดที่ชั่งกิโลขายเป็นตัวๆ ทั้งกุ้งไทเกอร์ตัวยักษ์ย่างเนย กุ้งแดง carabineiros โรยเกลือหยาบ กุ้งกระเทียม gambas al ajillo หอยลายผัดกระเทียม และปูสาเปเตย์รา สิ่งที่ทำให้ Ramiro พิเศษไม่ใช่การตกแต่งหรูหรา แต่คือความสดระดับที่ทำให้เชฟและนักชิมทั่วโลกยกให้เป็นหมุดหมายของเมือง บรรยากาศคึกคัก เสียงดัง ไม่เนี้ยบ แต่จริงใจแบบร้านซีฟู้ดที่คนรัก
เคล็ดลับ: ทริกสำคัญคือจองล่วงหน้าผ่านเว็บร้าน (วางมัดจำ 25 ยูโร/คน ที่หักคืนในบิล) ไม่งั้นเจอคิวยาวโดยเฉพาะช่วงค่ำและวันหยุด ปิดวันจันทร์ สั่งเป็นตัว/กิโลแล้วแชร์กันในโต๊ะ ปิดท้ายด้วย prego เนื้อย่างกระเทียมในขนมปัง ที่คนที่นี่ถือเป็น 'ของหวาน' ตามธรรมเนียม ราคาราว 50-60 ยูโรต่อคน (มื้อสองคนพร้อมเบียร์ราว 75-100 ยูโร) กุ้งตัวใหญ่ดันบิลขึ้นเร็ว เช็กราคาต่อกิโลก่อนสั่ง เดินทางสะดวกด้วยเมโทรลง Intendente หรือ Martim Moniz
- อาหารทะเลสดระดับพรีเมียมที่คนยกให้ดีที่สุดในเมือง
- บรรยากาศคึกคักจริงใจ เต็มไปด้วยคนท้องถิ่น
- ตำนานตั้งแต่ปี 1956 ครอบครัวทำเอง
- prego ปิดท้ายมื้อเป็นเอกลักษณ์
- คิวยาวมากถ้าไม่จองล่วงหน้า
- เสียงดังและวุ่นวายในชั่วโมงเร่งด่วน
- บิลพุ่งเร็วถ้าสั่งกุ้งตัวใหญ่ ควรเช็กราคาต่อกิโล

🍤Solar dos Presuntos
ตำนานร้านโปรตุเกสแท้ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1974 ชื่อร้านแปลว่า "คฤหาสน์แห่งแฮม" ตามพระเอกของร้านคือ presunto แฮมหมักแห้งแบบมินโญทางเหนือของประเทศ ผนังทุกตารางนิ้วแขวนรูปคนดังที่แวะมา ตั้งแต่คริสเตียโน โรนัลโด ไปจนถึงอาเดล บรรยากาศคึกคักแบบร้านครอบครัวที่คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวนั่งปนกัน จุดที่รีวิวชมตรงกันคืออาหารทะเลสดและซุปข้าว açorda de marisco รวมถึง arroz de tomate ข้าวผัดมะเขือเทศเข้มข้นที่เสิร์ฟคู่จานหลัก บริการอบอุ่นเป็นมืออาชีพ พอร์ชันใหญ่จัดเต็มแบบโปรตุเกสจริงๆ
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะมื้อค่ำและวันหยุด เพราะร้านดังและเต็มเร็ว โทรจองหรือจองผ่านเว็บทางการได้ อยากได้ที่นั่งชิลกว่าให้ไปมื้อเที่ยงต้นๆ สั่งเริ่มด้วยจานแฮม presunto แล้วตามด้วยอาหารทะเล เช่น กุ้งชุบเกล็ดขนมปังกับข้าวมะเขือเทศ หรือ açorda de marisco จบด้วย pão de ló เนื้อครีมของร้าน จานหลักราว 20-35 ยูโร ตกราว 40-60 ยูโรต่อคน ที่วางขนมปัง ชีส แฮม มะกอกที่ยกมาให้คิดเงินแยก ถ้าไม่กินบอกพนักงานได้ อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Restauradores เดินไม่กี่นาที
- อาหารทะเลสดคุณภาพดี
- ข้าวผัดมะเขือเทศ arroz de tomate ขึ้นชื่อ
- พอร์ชันใหญ่จัดเต็ม
- บริการอบอุ่นเป็นมืออาชีพ
- ต้องจองล่วงหน้า ร้านเต็มเร็ว
- ที่วางขนมปัง/แฮม (couvert) คิดเงินแยก
- บางรีวิวว่าราคาขยับสูงขึ้น

🐙A Cevicheria · A Cevicheria by Kiko Martins
ร้านเล็กเก๋บนถนน Rua Dom Pedro V ย่าน Príncipe Real ที่มีปลาหมึกยักษ์ห้อยจากเพดานเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูป ฝีมือเชฟ Kiko Martins ที่เอาเซวิเช่สไตล์เปรูมาผสมวัตถุดิบโปรตุเกส เขาเลือกปลาสดจากตลาดเองแทบทุกเช้า จานเด่นคือ Ceviche Puro (ปลาขาว มันหวานบด หัวหอม สาหร่าย กับน้ำ tiger's milk) และ Ceviche Português ที่ใส่บากัลเยา (ปลาคอด) แบบโปรตุเกสแท้ๆ เสิร์ฟคู่ pisco sour เย็นๆ บรรยากาศคับคั่งมีชีวิตชีวา รีวิวชมความสดของปลาและความคิดสร้างสรรค์ของจานอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับ: ร้านไม่รับจอง เข้าคิวอย่างเดียว ช่วงมื้อเย็นแถวยาว บางครั้งรอเป็นชั่วโมง เคล็ดลับคือมาช่วงเปิดเที่ยง (12:00) หรือเย็นเนิ่นๆ ราวหนึ่งทุ่มจะได้โต๊ะง่ายกว่า เมนูเซวิเช่จานหลักราว 19 ยูโร ถ้าอยากลองหลายอย่างมี tasting menu ราว 68 ยูโร งบต่อคนประมาณ 25-40 ยูโรถ้าสั่งจานเดียว+เครื่องดื่ม อย่าลืมสั่ง pisco sour ระหว่างรอ เดินจาก Príncipe Real garden ไม่กี่นาที ใกล้ป้าย tram/รถเมล์บนถนนเส้นเดียวกัน
- ปลาสดมาก เซวิเช่รสจัดจ้านสร้างสรรค์
- บริการเอาใจใส่ พนักงานเป็นกันเอง
- บรรยากาศเก๋ ปลาหมึกเพดานเป็นเอกลักษณ์
- pisco sour อร่อย เข้ากับอาหาร
- ไม่รับจอง คิวยาวช่วงมื้อเย็น
- ราคาต่อจานค่อนข้างสูงเมื่อเทียบพอร์ชัน
- ร้านเล็ก ที่นั่งน้อย แน่นชั่วโมงเร่งด่วน

🐙O Velho Eurico
ร้านนี้คือ neo-tasca ตัวจริงที่จุดกระแส tasca รุ่นใหม่ของลิสบอน เปิดปี 2019 ในตึกหินเปลือยเล็กๆ มุมจัตุรัส Largo de São Cristóvão เชิงปราสาท São Jorge เสิร์ฟอาหารโปรตุกีสคลาสสิกที่ปรับให้สนุกและใส่ใจวัตถุดิบขึ้น เมนูเปลี่ยนตามของสดในวัน เขียนบนกระดานเป็นภาษาโปรตุเกส เราคัดร้านนี้เพราะรีวิวชมตรงกันเรื่องรสชาติจัดจ้านและความจริงใจแบบร้านย่าน หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งในมื้อที่ดีที่สุดในทริป บรรยากาศคับแคบอบอุ่นมีเพลงร็อกโปรตุกีสคลอ พนักงานเป็นกันเองและอินกับอาหารที่เสิร์ฟจริงๆ
เคล็ดลับ: จองยากมาก ที่นั่งน้อยและคิวยาวช่วงพีค ทางที่ง่ายสุดคือ DM จองผ่าน Instagram ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ถ้าเดินเข้าอาจต้องรอเป็นชั่วโมง ไปช่วงเปิดพอดี (เที่ยงหรือช่วงเย็นทันประตูเปิด) จะลุ้นได้ที่ง่ายกว่า เมนูต้องลองคือปลาหมึกลากาเรย์โร บากัลเยา อา บราส และอาโรซ เด ปาโต ราคาอาหารราวคนละ €25 (ราว 950 บาท) ยังไม่รวมเครื่องดื่ม อยู่ในย่าน Mouraria เดินจาก Rossio หรือขึ้นรถราง 28 ก็ถึง
- อาหารโปรตุกีสรสจัดจ้านและจริงใจ
- เมนูเปลี่ยนตามของสดในวัน
- ปลาหมึกลากาเรย์โรที่หลายรีวิวยกเป็นเมนูเด็ด
- ทำเลเชิงปราสาท São Jorge เดินเที่ยว Alfama ต่อได้
- จองยากมาก ต้องล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- ที่นั่งน้อย คิวยาวถ้า walk-in
- พื้นที่คับแคบ ตอนกลางคืนคุยกันลำบาก

🥧Pastéis de Belém · Pasteis de Belem
นี่คือต้นตำรับพาสเทล เดอ นาตาตัวจริง เปิดมาตั้งแต่ปี 1837 บนถนนสายเดียวกับอาราม Jerónimos โดยได้สูตรลับมาจากพระในอาราม สูตรนั้นถูกเก็บงำจนถึงวันนี้ และมีแค่ร้านนี้ร้านเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เรียกขนมว่า 'Pastel de Belém' (ที่อื่นเรียกได้แค่ pastel de nata) จุดที่รีวิวชมตรงกันคือแป้งบางกรอบแตกเป็นชั้นๆ ไส้คัสตาร์ดอุ่นๆ หวานน้อยกว่าเจ้าอื่นนิดหน่อย โรยอบเชยกับน้ำตาลไอซ์ซิ่งเอง ปี 2026 TasteAtlas ยกให้เป็นเพสตรีที่ดีที่สุดในโลก
เคล็ดลับ: อย่าตกใจกับคิวยาวหน้าร้าน เพราะเกือบทั้งหมดเป็นคิวซื้อกลับบ้าน ถ้าจะนั่งกินให้เดินผ่านคิวเข้าไปในร้านเลย ข้างในมีที่นั่งกว่า 1,000 ที่กระจายหลายห้อง รอโต๊ะมักไม่ถึง 10 นาที ราคาชิ้นละราว €1.50 (ราว 60 บาท) หรือกล่อง 6 ชิ้น €9 สั่งกินร้อนๆ โรยอบเชยเอง อร่อยสุด ช่วงคนน้อยคือก่อน 9 โมงเช้าหรือหลัง 6 โมงเย็น ร้านอยู่ในเบเล็ง เดินจากอาราม Jerónimos และหอคอย Belém ได้ นั่งรถรางสาย 15 มาจากใจกลางเมือง
- ต้นตำรับพาสเทล เดอ นาตาสูตรลับตั้งแต่ 1837
- แป้งบางกรอบ ไส้คัสตาร์ดอุ่น หวานกำลังดี
- ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับชื่อเสียง
- ที่นั่งข้างในเยอะ คิวเคลื่อนเร็ว
- คิวหน้าร้านยาว (ส่วนใหญ่คือคิวซื้อกลับ)
- นักท่องเที่ยวเยอะ ช่วงกลางวันแน่นมาก
- อยู่ไกลใจกลางเมือง ต้องนั่งรถราง/รถบัสมา
🥧Manteigaria · Manteigaria - Fabrica de Pasteis de Nata
ถ้าจะเถียงกันว่าปาสเตล เด นาตา (ทาร์ตไข่) เจ้าไหนอร่อยที่สุดในลิสบอน Manteigaria สาขาแรกที่ Chiado คือคำตอบยอดฮิตของคนพื้นที่ ตั้งแต่เปิดปี 2014 เขาทำขายอย่างเดียว—ไม่มีเมนูอื่นให้วอกแวก แป้งพัฟกรอบเป็นชั้นๆ ไส้คัสตาร์ดเนียนหอมไข่ ผิวหน้าคาราเมลไหม้เข้มกว่าเจ้าอื่น เสิร์ฟอุ่นๆ จากเตา จุดเด่นที่คนติดใจคือกระจกใสให้เห็นคนอบสดทั้งวัน และกระดิ่งที่ดังทุกครั้งที่ทาร์ตชุดใหม่ออกจากเตา ราคาชิ้นละ 1.50 ยูโร คู่กับเอสเพรสโซแก้วเล็ก—สูตรกินที่ลิสบอนแท้ๆ
เคล็ดลับ: แวะช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยงจะเลี่ยงคิวหนักได้ แต่ร้านเปิดยาวถึงเที่ยงคืนทุกวัน กลางคืนก็แวะได้สบายๆ ไม่รับจอง เข้าไปสั่งที่เคาน์เตอร์เลย—สั่งทาร์ต 1–2 ชิ้นคู่เอสเพรสโซ อย่าลืมโรยอบเชยจากซองที่เขาแถมให้ ราคาราว 1.50 ยูโร/ชิ้น (ราว 55–60 บาท) ถูกและคุ้ม เป็นร้านยืนกิน ไม่มีโต๊ะนั่งจริงจัง อยู่หัวมุม Rua do Loreto ย่าน Chiado เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Baixa-Chiado ไม่กี่นาที
- ทาร์ตไข่อบสดทั้งวัน กรอบนอกไส้เนียน
- หลายคนยกให้อร่อยที่สุดในลิสบอน
- ถูกมาก 1.50 ยูโร/ชิ้น
- ทำเลใจกลาง Chiado เดินถึงง่าย
- คิวยาวช่วงพีค
- ร้านเล็ก ยืนกิน ไม่มีโต๊ะนั่ง
- กาแฟธรรมดา ไม่ได้เด่นเท่าทาร์ต

☕A Brasileira · A Brasileira do Chiado
เปิดตั้งแต่ปี 1905 เดิมเป็นร้านขายกาแฟบราซิลแท้ ก่อนกลายเป็นตำนานคาเฟ่ของลิสบอน ที่นี่คือร้านแรกๆ ที่เสิร์ฟ "bica" เอสเพรสโซเข้มแบบโปรตุเกส และในยุค 1920s เป็นแหล่งชุมนุมของนักเขียน-ศิลปิน โดยเฉพาะกวี Fernando Pessoa ที่มานั่งประจำ จนมีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเขานั่งอยู่หน้าร้านตั้งแต่ปี 1988 (จุดถ่ายรูปยอดฮิต) ภายในยังคงกลิ่นอาย Art Deco เดิม กระจกบานใหญ่ ไม้เข้ม ทองเหลืองวาววับ เราคัดร้านนี้ในฐานะ "คาเฟ่ประวัติศาสตร์" ที่มาเพื่อสัมผัสบรรยากาศและเรื่องราว มากกว่ามากินให้อิ่ม
เคล็ดลับ: แวะช่วงเช้าก่อนนักท่องเที่ยวแน่น (ราวเปิด 8 โมง) จะได้ pastel de nata อุ่นๆ และที่นั่งสบายกว่า เคล็ดลับประหยัด: สั่ง bica ยืนดื่มที่บาร์จะถูกกว่านั่งโต๊ะในร้าน และถูกกว่านั่งโต๊ะนอกริมถนนอีก กาแฟ+ขนมโดยรวมหลักร้อยต้นๆ ต่อคน อยู่กลาง Rua Garrett เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Baixa-Chiado ไม่กี่นาที ไม่ต้องจอง เดินเข้าได้เลย แต่ช่วงบ่าย-เย็นและหน้าร้อนคิวยาวและวุ่นวายพอควร เผื่อเวลาหน่อย
- คาเฟ่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 1905 บรรยากาศ Art Deco แท้
- จุดถ่ายรูปรูปปั้น Fernando Pessoa หน้าร้าน
- ทำเลกลาง Chiado เดินจากเมโทรง่าย
- สั่ง bica ยืนดื่มที่บาร์ราคาย่อมเยา
- ราคาแพงกว่าคาเฟ่ทั่วไปเพราะเป็นจุดท่องเที่ยว
- คิวยาวและแออัดช่วงบ่าย-เย็นและหน้าร้อน
- บริการเร่งรีบ อาหาร/กาแฟ 'ดีแต่ไม่ว้าว' ในสายตาบางรีวิว

🍒Ginjinha Sem Rival
ร้านเหล้าเชอร์รียืนดื่มเล็กจิ๋วบนถนน Portas de Santo Antão เปิดตั้งแต่ราวปี 1890 โดยตระกูล Cima ที่ยังดูแลอยู่จนวันนี้ ตกแต่งกลิ่นอาร์ตเดโค ได้ขึ้นทะเบียน Lojas com História / Comércio com História ในฐานะร้านมรดกของลิสบอน จุดที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใครคือ 'Eduardino' เหล้าจินจากับโป๊ยกั๊กสูตรที่ตั้งชื่อตามตัวตลกขาประจำร้านต้นศตวรรษที่ 20 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าปี 1908 หลายรีวิวบอกว่านี่คือจินจาที่อร่อยและ 'ของแท้' ที่สุดย่านนี้ เสิร์ฟในแก้วช็อตแก้วจริงไม่ใช่ถ้วยพลาสติก
เคล็ดลับ: แวะได้ทุกวันเพราะเปิดยาวตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน จันทร์–ศุกร์เริ่ม 8:00 เสาร์–อาทิตย์ 9:00 เป็นบาร์ยืนดื่มไม่มีที่นั่งและไม่ต้องจอง สั่งจินจาหนึ่งช็อตราคาราว 1.50–1.70 ยูโร บอกได้ว่าเอา 'com' (ใส่เชอร์รี) หรือ 'sem' (ไม่ใส่) และอย่าลืมลอง Eduardino สูตรเด็ดของร้าน อยู่ใกล้จัตุรัส Rossio เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Rossio หรือ Restauradores ไม่กี่นาที รับทั้งเงินสดและบัตร
- จินจาสูตรดั้งเดิมรสเข้ม หลายรีวิวว่าอร่อยที่สุดย่านนี้
- เสิร์ฟในแก้วช็อตแก้วจริง ให้ฟีลของแท้
- มี Eduardino เหล้าเฉพาะร้านที่หาที่อื่นไม่ได้
- ราคาถูก แวะดื่มเร็วได้ในไม่กี่นาที
- ร้านเล็กมาก ยืนดื่มอย่างเดียว ไม่มีที่นั่ง
- แน่นและมีนักท่องเที่ยวเยอะช่วงเย็น
คำถามที่พบบ่อย
จองร้านดังหรือร้านยอดนิยมในลิสบอนต้องทำยังไง?
ร้านยอดนิยมและร้านระดับมิชลินหลายแห่งต้องจองล่วงหน้า บางร้านจองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น TableCheck) หรือให้โรงแรมช่วยติดต่อให้ ดูช่องทางจองของแต่ละร้านได้ในลิสต์ด้านบน
กินร้านอาหารในลิสบอนควรเตรียมงบเท่าไหร่ต่อคน?
มีตั้งแต่สตรีทฟู้ดและร้านท้องถิ่นราคาย่อมเยา ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่งระดับหลักพันถึงหลักหมื่น เราระบุช่วงราคาต่อคนไว้ในทุกร้าน เพื่อให้เลือกตามงบได้ง่าย
อยากตระเวนกินหลายร้านในลิสบอน ควรพักย่านไหน?
เลือกโรงแรมใจกลางเมืองหรือใกล้ย่านร้านอาหารที่สนใจ จะเดินทางไปกินสะดวกกว่า — เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ไว้ท้ายบทความ
ข้อมูลร้านในบทความนี้อัปเดตล่าสุดเมื่อไหร่?
เราอัปเดตข้อมูลเป็นระยะและอ้างอิงจากแหล่งรีวิวจริง (เช่น Michelin, Tabelog, TripAdvisor) แต่ราคาและเวลาเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กกับร้านอีกครั้งก่อนไป
หมายเหตุ: ร้านทั้งหมดคัดจากแหล่งรีวิวจริง (Michelin · TripAdvisor · เว็บร้าน) ราคาและเวลาเปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กก่อนไป