โรม เป็นเมืองที่มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกมากจนเลือกไม่ถูก ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ สตรีทฟู้ดริมทาง คาเฟ่บรรยากาศดี ไปจนถึงร้านไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล บทความนี้ทีมเราอ่านรีวิวจริงมาเป็นร้อย แล้วคัดเฉพาะ 9 ร้านที่ดีที่สุดในโรม ที่คุ้มค่าแก่การไปลองจริง ๆ — แต่ละร้านเราสรุปให้ครบทั้งเมนูเด่น จุดเด่นและข้อควรรู้ ช่วงราคาต่อคน เวลาเปิด–ปิด ทำเล และช่องทางจอง พร้อมรูปจริงของร้าน ให้คุณวางแผนมื้ออร่อยในทริปได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะงบไหนหรือชอบกินสไตล์ใด และถ้ากำลังมองหาที่พักทำเลดีใกล้ร้านเด็ดเหล่านี้ เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคามาให้ด้วยเลย

🌟La Pergola
La Pergola คือร้านมิชลิน 3 ดาวหนึ่งเดียวของโรม ครองดาวสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2005 อยู่บนชั้น 9 ของโรงแรม Rome Cavalieri บนเนิน Monte Mario เชฟ Heinz Beck ชาวเยอรมันคุมครัวมาตั้งแต่ปี 1994 รังสรรค์อาหารอิตาเลียน-เมดิเตอร์เรเนียนที่เบา ประณีต และเทคนิคจัดจ้าน จานในตำนานคือ Fagottelli La Pergola พาสตาไส้ไข่แดง เพโครีโน ครีมและพริกไทยที่ระเบิดเป็นคาโบนาราเหลวในปาก จุดขายอีกอย่างคือวิวมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เต็มตา และไวน์ลิสต์กว่า 4,000 ฉลากที่ซอมเมอลิเยร์ Marco Reitano ดูแล เป็นประสบการณ์ fine dining ระดับสุดยอดของเมืองอย่างแท้จริง
เคล็ดลับ: เปิดเฉพาะมื้อค่ำ อังคาร-เสาร์ (ปิดอาทิตย์-จันทร์ และพักช่วงต้นสิงหาคม) จองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ผ่าน SevenRooms คือทางเดียว โต๊ะ 4 คนขึ้นไปต้องสั่งเซ็ตเทสติ้ง ราคาจริงสูงมาก เซ็ต 7 คอร์ส ~€295 และ 10 คอร์ส ~€350 ต่อคน ยังไม่รวมไวน์ ต้องแต่งกายสุภาพ ผู้ชายใส่แจ็กเก็ต ห้ามพลาด Fagottelli La Pergola เดินทางไกลจากใจกลางเมือง ควรนั่งแท็กซี่หรือให้โรงแรมจัดรถรับ ขอโต๊ะริมกระจกเพื่อเก็บวิวเซนต์ปีเตอร์ยามพระอาทิตย์ตก
- มิชลิน 3 ดาวหนึ่งเดียวของโรม เทคนิคระดับโลก
- วิวมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์และเส้นขอบฟ้าโรมเต็มตา
- Fagottelli La Pergola จานในตำนานของเชฟ Heinz Beck
- ไวน์ลิสต์กว่า 4,000 ฉลาก บริการอบอุ่น
- ราคาสูงมาก เซ็ตเริ่มราว €295/คน ยังไม่รวมไวน์
- ต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ แต่งกายทางการ
- บางจานเน้นความซับซ้อนเชิงความคิดมากกว่ารสสัมผัส
🧀Roscioli · Salumeria Roscioli
ครึ่งหนึ่งเป็นซาลูเมเรีย (ร้านชีส-แฮมชั้นเลิศ) อีกครึ่งเป็นร้านอาหารและไวน์บาร์แคบๆ ที่ผนังเรียงด้วยขวดไวน์นับพัน ถ้าถามเรา จุดขายคือคาร์โบนาราที่ถูกยกให้เป็นระดับตำนานของโรม เขาใช้กวนชาเล (แก้มหมู) จาก Verrigni ไข่ไก่ Paolo Parisi ที่ไข่แดงส้มจัด และเปโกริโนสามชนิดผสมกัน รสจึงเข้มลึกเป็นเอกลักษณ์ นอกจากเส้นแล้ว จานชีสและซาลามีที่หั่นมือคัดจากทั่วอิตาลี-สเปนก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ร้านอยู่ใน Michelin Guide อิตาลีปี 2026 และเป็นชื่อที่คนรักอาหารทั่วโลกมาตามหา
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าแทบบังคับ ร้านเล็กและคิวยาวมากถ้าไม่จอง จองออนไลน์ผ่านเว็บร้านหรือ Dish Cult ได้ ต้องผูกบัตรเครดิตค้ำ ถ้าไม่ยกเลิกทางอีเมลจะโดนหักราว 20 ยูโร/คน สั่งคาร์โบนารา (ราว 18 ยูโร) คู่กับจานชีสหรือซาลามีสักถาด เผื่องบราว 45-70 ยูโร/คนถ้าเติมไวน์ ที่นั่งชิดกันบรรยากาศคึกคักไม่เงียบ อยู่ Via dei Giubbonari 21 เดินจาก Campo de' Fiori ไม่กี่นาที
- คาร์โบนาราขึ้นชื่อระดับเมือง
- ชีส-ซาลามีคัดสรรหั่นมือคุณภาพสูง
- รายการไวน์ลึกกว่า 2,800 ฉลาก
- ทำเลใจกลางเมืองใกล้ Campo de' Fiori
- ร้านเล็ก ที่นั่งชิด ต้องจองล่วงหน้า
- ราคาสูงและมีค่าปรับถ้าไม่มาโดยไม่แจ้ง
- บริการเร่งรีบช่วงคนแน่น

🍝Armando al Pantheon
ห่างจากวิหาร Pantheon แค่ราวร้อยเมตร ร้านเล็กบุผนังไม้แห่งนี้เปิดโดยตระกูล Gargioli มาตั้งแต่ปี 1961 ตอนนี้ส่งต่อถึงรุ่นสาม เป็นตำนานจานโรมันคลาสสิกที่คนท้องถิ่นและนักชิมยกให้ทำ amatriciana กับ carbonara ได้ระดับต้นๆ ของเมือง จุดขายคือความ 'เรียบแต่เนี้ยบ' — วัตถุดิบดี ซอสที่เคี่ยวจนลงตัวมาหกสิบปี ไม่เล่นลูกเล่นหวือหวา ร้านได้ Michelin Bib Gourmand การันตีว่าอร่อยจริงในราคาสมเหตุผล เพียงสิบสี่โต๊ะ บรรยากาศอบอุ่นแบบ trattoria ครอบครัวที่หายากขึ้นทุกวันในย่านนักท่องเที่ยว
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าคือหัวใจ — ร้านรับจองผ่านปฏิทินออนไลน์ทางเว็บทางการเท่านั้น เปิดรอบใหม่ล่วงหน้า 30 วัน (สล็อตใหม่ปล่อยเที่ยงคืนทุกวัน) มื้อกลางวันจองง่ายกว่ามื้อค่ำมาก ถ้าพลาดลองเดินไปตอนเปิดร้านเผื่อโต๊ะ no-show สั่ง amatriciana หรือ carbonara เป็นหลัก ตามด้วย coda alla vaccinara ถ้าชอบของหนัก ราคาต่อคนราว 30–40 ยูโร เดินจาก Pantheon ไม่กี่นาที ปิดวันอาทิตย์และค่ำวันเสาร์ รวมถึงช่วง 9–31 สิงหาคม
- Amatriciana และ carbonara ระดับต้นๆ ของเมือง
- จานโรมันคลาสสิกทำจริง วัตถุดิบดี
- Michelin Bib Gourmand คุ้มราคา
- ทำเลติดวิหาร Pantheon
- จองยากมาก โดยเฉพาะมื้อค่ำ
- ที่นั่งน้อย (~14 โต๊ะ) ร้านแคบ
- ปิดอาทิตย์ + ค่ำวันเสาร์ + ทั้งเดือนสิงหาคมบางช่วง
🧀Felice a Testaccio
เปิดตั้งแต่ปี 1936 โดยครอบครัว Trivelloni ร้านนี้คือหมุดหมายของอาหารโรมันแบบดั้งเดิมกลางย่าน Testaccio ย่านคนกินจริงของโรม พระเอกคือ Cacio e Pepe ที่บริกรยกกระทะมาคลุกเส้นตรงหน้าโต๊ะคุณด้วย Pecorino Romano กับพริกไทยดำจนขึ้นครีมข้น จนหลายสำนักอาหารรวมถึง Michelin Guide พูดถึง นอกจากนี้ยังทำ Carbonara, Bucatini all'Amatriciana, Coda alla Vaccinara (หางวัวตุ๋น) และ Saltimbocca ตำรับโรมันแท้ทุกวัน บรรยากาศเป็น trattoria เก่าแก่ห้องโถงกว้าง คึกคักแบบร้านประจำครอบครัว ไม่ใช่ร้านทัวริสต์กิ๊บเก๋
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าดีที่สุด โดยเฉพาะเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ที่คนแน่น จองออนไลน์ผ่าน Octotable หรือโทรจันทร์-เสาร์ 10:00-19:00 ต้องสั่ง Cacio e Pepe (ราว €13) ให้ได้ดูเขาคลุกตรงโต๊ะ แล้วต่อด้วยหางวัวตุ๋นหรือ Saltimbocca งบราวคนละ €35-60 รวมไวน์ เดินทางง่ายด้วยรถไฟใต้ดินสาย B ลงสถานี Piramide แล้วเดินเข้า Testaccio ไม่กี่นาที หรือรถราง 3/8
- Cacio e Pepe คลุกโชว์หน้าโต๊ะ ครีมข้นเป็นที่กล่าวขวัญ
- อาหารโรมันดั้งเดิมทำสดทุกวัน คาร์โบนาราคุณภาพ
- ร้านเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1936 บรรยากาศจริงของ Testaccio
- ห้องโถงกว้าง รับคนได้เยอะ
- ราคาสูงเมื่อเทียบพอร์ชัน บางรีวิวว่าไม่คุ้ม
- ควรจองล่วงหน้า เสาร์-อาทิตย์แน่นมาก
- บริการไม่สม่ำเสมอตามรีวิว

🍝Da Enzo al 29
ตรอกเล็กๆ ใน Trastevere ซ่อนโรงเตี๊ยมครอบครัวที่หลายสื่ออาหารยกให้เป็น cucina romana ตัวจริง บ้านเลขที่ 29 บนถนน Vascellari เปิดเป็นออสเตอเรียมาตั้งแต่ยุค 1920-30 ก่อนตระกูล Di Felice รับช่วงต่อในยุค 80 จุดที่เราชอบคือเขาลงทุนทำฟาร์มออร์แกนิกของตัวเอง Le Terre di Enzo แถบ Sabina ปลูกผักตามฤดูและเลี้ยงไก่เอง วัตถุดิบเลยสดและมีที่มา จานที่รีวิวชมตรงกันคือ carbonara ซอสเนียนหอม guanciale, cacio e pepe ครีมมี่ และ carciofi อาร์ติโช้กทอด ปิดท้ายด้วย tiramisu โฮมเมด บรรยากาศคับแคบ เสียงดัง แต่คือเสน่ห์ trattoria แท้ๆ
เคล็ดลับ: ร้านไม่รับจอง walk-in อย่างเดียว คิวยาวเป็นเรื่องปกติ เคล็ดลับคือไปยืนรอก่อนเปิดสัก 30-60 นาที ทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น (ระหว่างรอเขามักเสิร์ฟเครื่องดื่มให้) พาสต้าจานละราว 12-15 ยูโร มื้อเต็มพร้อมไวน์ตกราว 25-40 ยูโรต่อคน สั่ง carbonara หรือ amatriciana กับอาร์ติโช้กทอดไม่พลาด อยู่ย่าน Trastevere เดินจากเกาะ Tiber Island ไม่กี่นาที เปิดจันทร์-เสาร์ ปิดอาทิตย์ และหยุดยาวช่วงเดือนสิงหาคมราวสามสัปดาห์
- Carbonara และ cacio e pepe ที่รีวิวชมตรงกัน
- วัตถุดิบจากฟาร์มออร์แกนิกของร้านเอง
- บรรยากาศ trattoria ครอบครัวแท้ๆ
- คุ้มราคาเทียบคุณภาพ
- ไม่รับจอง คิวยาวเกือบทุกมื้อ
- ที่นั่งน้อย เสียงดัง แน่นมาก
- หยุดยาวช่วงเดือนสิงหาคม
🍝Flavio al Velavevodetto
ร้านนี้เจาะเข้าไปในเนิน Monte Testaccio จริงๆ เนินที่ก่อจากเศษไหดินเผาโรมันโบราณ และมีแผงกระจกให้มองเห็นชั้นเศษไหได้ตรงหน้าโต๊ะ กินข้าวไปดูโบราณคดีไป เชฟ Flavio De Maio ปั้นชื่อจนหลายสำนักยกให้ cacio e pepe ที่นี่เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดในโรม เคล็ดคือหยอดน้ำเย็นก่อนคน emulsion จนซอสชีสข้นเนียนกำลังพอดี เมนูโรมันแท้ครบ ทั้ง carbonara, amatriciana, gricia, coda alla vaccinara และของทอดอย่าง carciofi alla giudia ชื่อ Velavevodetto มาจากภาษาถิ่นโรม "ve l'avevo detto" แปลว่า "บอกแล้วไง"
เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าเสมอ ทั้งทางเว็บร้านและ TheFork ร้านดังจนแน่นทุกวัน ถ้าอยากได้โต๊ะในลานกลางแจ้งหรือใกล้แผงกระจกโบราณ ระบุตอนจอง มื้อกลางวันช่วงบ่ายบางทีคิวสั้นกว่าค่ำ เมนูที่ต้องสั่งคือ cacio e pepe, carbonara และ polpette กับปิดท้ายด้วย tiramisù ราดช็อกโกแลตละลาย ราคาราว €35–50/คน สำหรับพาสตา จานหลัก และของหวาน อยู่ย่าน Testaccio เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Piramide สาย B ราว 10–12 นาที บริการช่วงพีคอาจช้าตามสไตล์โรมันแท้
- cacio e pepe หลายสำนักยกให้ดีที่สุดในโรม
- บรรยากาศฝังในเนิน Monte Testaccio เห็นเศษไหโบราณ
- โรมันแท้ครบเมนู ราคายุติธรรมเทียบคุณภาพ
- มีลานกลางแจ้งและห้องหลายส่วน รองรับกลุ่มได้
- แน่นทุกวัน ควรจองล่วงหน้าเสมอ
- บริการช่วงพีคอาจช้า
- เป็นแหล่งท่องเที่ยว บางมื้อคึกคักมาก

🍕Pizzarium Bonci
ร้านนี้คือหมุดหมายของ 'พิซซ่าอัลตาลโย' (พิซซ่าตัดขายเป็นชิ้น ชั่งน้ำหนักคิดเงิน) ระดับตำนานของโรม ปั้นชื่อโดยกาเบรียเล บอนชี เชฟที่สื่ออาหารยกให้เป็น 'มีเกลันเจโลแห่งพิซซ่าอัลตาลโย' จุดเด่นอยู่ที่แป้งหมักช้าราว 72 ชั่วโมง ออกมาโปร่ง รูอากาศเยอะ ขอบกรอบแต่เนื้อในยังหนึบ แล้ววางหน้าจัดจ้านหมุนเวียนตามวัตถุดิบตามฤดู—มันฝรั่งอบ มะเขือยาว บุฟฟาโลมอสซาเรลลากับมะเขือเทศเชอร์รี ถ้าถามเรา นี่คือหน้าร้านเล็กๆ ใกล้วาติกันที่นักชิมพิซซ่าทั่วโลกตั้งใจแวะ
เคล็ดลับ: ร้านไม่รับจอง เป็นเคาน์เตอร์เดินซื้อกลับ มีโต๊ะยืนด้านนอกเล็กน้อย ระบบคือกดรับบัตรคิวแล้วรอเรียกเลข ควรไปตอนเปิดหรือช่วงบ่ายแก่ๆ เลี่ยงคิวยาว วิธีสั่งคือชี้ถาดที่อยากได้ เขาตัดเป็นชิ้นแล้วชั่งน้ำหนักคิดราคา อย่าลืมสั่งซุปปลี (ลูกข้าวทอด) โดยเฉพาะไส้คาร์โบนาราที่รีวิวชม ราคาต่อกิโลราว 20-30 ยูโร กินสองคนตกราว 20-50 ยูโร อยู่ห่างสถานีรถไฟใต้ดิน Cipro (สาย A) เดินราว 2 นาที ใกล้พิพิธภัณฑ์วาติกัน
- แป้งหมักช้า โปร่ง กรอบนอกหนึบใน
- หน้าพิซซ่าสร้างสรรค์ หมุนเวียนตามฤดู
- ซุปปลีอร่อยเป็นเมนูต้องลอง
- ใกล้วาติกัน เดินจากสถานี Cipro แค่ 2 นาที
- คิวยาวและร้านแออัด
- ราคาแพงกว่าพิซซ่าอัลตาลโยทั่วไป
- ที่นั่งแทบไม่มี ส่วนใหญ่ยืนกินหรือซื้อกลับ
🥪Trapizzino
จุดกำเนิดของ "ทราปิซซิโน" อยู่ที่ร้านเล็กๆ ในย่าน Testaccio แห่งนี้ เชฟ Stefano Callegari คิดค้นมันขึ้นปี 2008 โดยเอาแป้งพิซซาสไตล์โรมันมาอบให้เป็นสามเหลี่ยมกลวง เปลือกนอกกรอบข้างในนุ่ม แล้วยัดไส้ด้วยเมนูโรมันแท้ๆ ที่ปกติกินกันในจานร้อน ตัวชูโรงคือ pollo alla cacciatora (ไก่ตุ๋นซอสไวน์ขาว-โรสแมรี) ซึ่งเป็นสูตรแรกสุด นอกนั้นมีลูกชิ้นซอสมะเขือเทศ มะเขือม่วงพาร์มีจานา และไส้เครื่องในแบบดั้งเดิมอย่าง trippa กับ coda alla vaccinara ถ้าถามเรา นี่คือสตรีทฟู้ดที่จับความเป็นอาหารบ้านๆ ของโรมมาใส่มือคุณได้เก่งที่สุดร้านหนึ่ง
เคล็ดลับ: ทราปิซซิโนชิ้นละราว 5 ยูโร (ราว 190 บาท) สั่งสัก 2-3 ชิ้นก็อิ่มพอดี เริ่มที่ไก่ cacciatora ตัวออริจินัลก่อน แล้วลองลูกชิ้นหรือมะเขือม่วงพาร์มีจานา อย่าลืมสั่ง suppli (ข้าวปั้นทอด) เป็นของแกล้ม ร้านเปิดเที่ยงถึงเที่ยงคืน (ศุกร์-เสาร์ถึงตี 1) ไม่ต้องจอง walk-in อย่างเดียว มีที่นั่งนิดหน่อยและห้องข้างๆ ไส้ยอดนิยมหมดได้ช่วงค่ำ ไปช่วงบ่ายหรือหัวค่ำจะได้ครบกว่า เดินจากสถานีเมโทร Piramide ราว 10 นาที
- ทราปิซซิโนแป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้โรมันแท้
- ไก่ cacciatora ต้นตำรับที่คนพูดถึงมากสุด
- ราคาย่อมเยา ชิ้นละ 5 ยูโร
- พนักงานเป็นกันเอง บรรยากาศชิลล์
- ที่นั่งน้อย มักยืนกินหรือซื้อกลับ
- ไส้ยอดนิยมหมดได้ช่วงค่ำ
- จันทร์อาจปิด ควรเช็กก่อนไป

☕Sant'Eustachio Il Caffè
บาร์กาแฟในตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1938 ซ่อนอยู่ในจัตุรัสเล็กๆ หลัง Pantheon และ Piazza Navona จุดที่ทำให้คนต่อคิวคือ 'Gran Caffè' เอสเพรสโซถ้วยหนาที่ตีจนขึ้นครีมสีน้ำตาลนวลเนียนราวมูส สูตรการชงเป็นความลับที่ร้านไม่เคยเปิดเผย ใช้เมล็ดอาราบิก้าคั่วด้วยเตาฟืนแบบดั้งเดิม ให้รสเข้มกลมกล่อม สมดุลระหว่างความขมกับความหวานนุ่ม ที่ต้องรู้คือกาแฟที่นี่ 'ใส่น้ำตาลมาให้เลย' โดยดีฟอลต์ ถ้าไม่ต้องการต้องบอก 'senza zucchero' ตอนยื่นบิลให้บาริสต้า ถือเป็นหนึ่งในเอสเพรสโซที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของโรม
เคล็ดลับ: ยืนดื่มที่บาร์ถูกและได้บรรยากาศคนโรมันจริงๆ เอสเพรสโซ/มัคคิอาโตราว 1.50 ยูโร แต่ถ้านั่งโต๊ะนอกร้าน Gran Caffè แตะ 6 ยูโรขึ้นไป ราคานั่งแพงคือสาเหตุที่คะแนนรวมไม่สูงนัก สั่ง Gran Caffè เป็นตัวชูโรง อยากลองแบบไม่หวานบอก senza zucchero ร้านเล็กและแน่นเกือบตลอดเวลา แต่คิวเดินเร็ว มาช่วงเช้าก่อนนักท่องเที่ยวลงจะสบายสุด เดินจาก Pantheon หรือ Piazza Navona ราว 3-5 นาที
- Gran Caffè ครีมนุ่มขึ้นชื่อ
- เมล็ดอาราบิก้าคั่วเตาฟืนดั้งเดิม
- ยืนบาร์ราคาถูก ได้บรรยากาศโรมันแท้
- ทำเลกลางเมือง เดินจาก Pantheon 3-5 นาที
- ราคานั่งโต๊ะแพง (Gran Caffè 6 ยูโร+)
- ใส่น้ำตาลมาให้เลย ต้องบอก senza zucchero เอง
- ร้านเล็ก แน่นเกือบตลอด
คำถามที่พบบ่อย
จองร้านดังหรือร้านยอดนิยมในโรมต้องทำยังไง?
ร้านยอดนิยมและร้านระดับมิชลินหลายแห่งต้องจองล่วงหน้า บางร้านจองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น TableCheck) หรือให้โรงแรมช่วยติดต่อให้ ดูช่องทางจองของแต่ละร้านได้ในลิสต์ด้านบน
กินร้านอาหารในโรมควรเตรียมงบเท่าไหร่ต่อคน?
มีตั้งแต่สตรีทฟู้ดและร้านท้องถิ่นราคาย่อมเยา ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่งระดับหลักพันถึงหลักหมื่น เราระบุช่วงราคาต่อคนไว้ในทุกร้าน เพื่อให้เลือกตามงบได้ง่าย
อยากตระเวนกินหลายร้านในโรม ควรพักย่านไหน?
เลือกโรงแรมใจกลางเมืองหรือใกล้ย่านร้านอาหารที่สนใจ จะเดินทางไปกินสะดวกกว่า — เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ไว้ท้ายบทความ
ข้อมูลร้านในบทความนี้อัปเดตล่าสุดเมื่อไหร่?
เราอัปเดตข้อมูลเป็นระยะและอ้างอิงจากแหล่งรีวิวจริง (เช่น Michelin, Tabelog, TripAdvisor) แต่ราคาและเวลาเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กกับร้านอีกครั้งก่อนไป
หมายเหตุ: ร้านทั้งหมดคัดจากแหล่งรีวิวจริง (Michelin · TripAdvisor · เว็บร้าน) ราคาและเวลาเปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กก่อนไป